วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

25(MORE) Craft ideas for boys

A while back I did a round up of “Boy Craft Ideas” – a round up of ideas focussing on things to make with and for boys. Of course all the ideas apply to girls too – there is no real “gender discrimination” – I have a girl and a boy myself and we make everyrthing together. But there are some crafts that DO appleal to my son more and vice versa.
So in order to get those boys crafting even more, here is a round up of our favourite Boy Crafts here on Red Ted Art. I hope you like them too!
x
x
x
boy crafts crafts for boys boy crafts
boy crafts boy crafts boys crafts
boy crafts boy crafts boy carfts
boy crafts boy crafts boy crafts
boy crafts boy crafts 
boy crafts  
  
  
22. Stick Men
Want more? Check out the hugely popular Boy Get Crafty:
boy craft ideas


วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ความสำคัญและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

ความสำคัญและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

ความสำคัญของเด็ก
1. ผู้สืบทอดความดีงามต่าง ๆ จากผู้ใหญ่
2. มีสิทธิเช่นมนุษย์ผู้ใหญ่อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ
• สิทธิในการอยู่รอด
• สิทธิในการพัฒนา
• สิทธิในการคุ้มครอง
• สิทธิในการมีส่วนร่วม
3. เป็นตัวแทนของกลุ่มเยาวชน
4. ความดีเลวของเด็กสะท้อนคุณภาพของประชากรในอนาคตของสังคมโลก
5. มีพื้นเดิมของจิตใจบริสุทธิ์สะอาด

ธรรมชาติของเด็ก
1. เด็กทุกคนมีความสามารถในขอบเขตจำกัดต่างกัน
2. เด็กทุกคนไม่ชอบอยู่นิ่ง อยากรู้อยากเห็น ชอบจับต้อง ชอบพูดคุย
3. มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนผู้ใหญ่และต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็น
4. เด็กทุกคนต้องการที่จะรู้และเรียน
5. เด็กทุกคนต้องการแสดงความสามารถและความต้องการเป็นอิสระ
6. เด็กทุกคนมีระยะเวลาความสนใจสิ่งต่าง ๆ สั้น ๆ
7. เด็กทุกคนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล
8. เด็กทุกคนมีความต้องการด้าน ร่างกาย-จิตใจ

ขอบคุณที่มา http://anatpatdor.blogspot.com/2008/01/blog-post_24.html

ความสำคัญและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

ความสำคัญและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

  เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิตและพัฒนาการทุกด้าน เด็กในวัยนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็กหรือครู จะต้องดูแลให้การอบรมเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด
มีความเข้าใจพัฒนาการและความต้องการของเด็ก เป็นแบบอย่างที่ดี
เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้และซึมซับสิ่งดีๆในชีวิต เมื่อเติบโตก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ 
อยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและมีบทบาทในการพัฒนาประเทศชาติได้ 

นักจิตวิทยาและนักการศึกษามีแนวคิดเกี่ยวกับความสำคัญของเด็กปฐมวัย ดังนี้ 
  ซิกมัน ฟรอยด์ นักจิตวิเคราะห์ให้ความสำคัญของเด็กวัย 5 ปีแรกว่า 
"เป็นวัยที่สำคัญของชีวิต เขาเชื่อว่าวัยนี้เป็นรากฐานของพัฒนาการด้านบุคลิกภาพและแม่พ่อจะมีอิทธิพลอย่างสูงต่อบุคลิกภาพและสุขภาพจิตของเด็ก"  อิริคสัน นักจิตวิทยากลุ่มจิตวิเคราะห์ได้ให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัยว่า 
"เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น 
ส่วนบุคลิกภาพจะสามารถพัฒนาได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าแต่ละช่วงอายุของเด็ก 
จะประสบสิ่งที่พึงพอใจตามขั้นพัฒนาการต่างๆ ของเด็กแต่ละวัยมากเพียงใด 
ถ้าเด็กได้รับการตอบสนองต่อสิ่งที่ตนพอใจ เด็กจะมีพัฒนาการทางบุคลิกภาพที่ดีและเหมาะสม 
ซึ่งจะพัฒนาครอบคลุมถึงวัยผู้ใหญ่ด้วย 
  ดังนั้น พ่อแม่เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาการทางบุคลิกภาพของเด็กในวัยนี้เป็นอย่างมาก 
จากความเห็นของนักจิตวิทยาและนักการศึกษาดังกล่าวสรุปได้ว่า 

"วัยที่เริ่มต้นของชีวิต คือช่วงอายุ 5-6 ปีแรก เป็นวัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต 
ดังนั้น พ่อแม่และครอบครัวจะมีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพและสุขภาพจิตของเด็กมาก 
หากเด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีย่อมส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต 
นอกจากนี้ครูผู้สอนยังมีบทบาทในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก 
ซึ่งตัวครูจะต้องเห็นความสำคัญและเข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้เสียก่อน
จึงจะสามารถจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องและส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละด้านได้"

  ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาด้านบุคลิกภาพมากที่สุด 
ธรรมชาติของเด็กในวัยนี้เป็นวัยอยากรู้อยากเห็น มีความสงสัยในสิ่งต่างๆ ชอบถามจนกว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน 
เด็กวัยนี้เริ่มแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมาให้เห็น เช่น การเลียนแบบพ่อแม่ ครูและเพื่อนในวัยเดียวกัน 
เด็กวัยนี้ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่สามารถเข้าใจความคิดเห็นของผู้อื่น จะคิดว่าสิ่งที่ตนรับรู้คนอื่นก็รับรู้ด้วย 
มักแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเปิดเผยและเปลี่ยนแปลงอารมณ์ได้ง่ายๆ
ดังนั้นครูหรือผู้เกี่ยวข้องในการดูแลเด็กจะต้องเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของเด็ก
เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีให้กับเด็กปฐมวัย

ขอบคุณที่มา 
http://wanrak.blogspot.com/2008/01/blog-post_21.html

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เวลาจากคุณสักนิด! เพื่อเพิ่มฤทธิ์เด็กน้อยให้พัฒนา

ขอบคุณที่มา http://time-for-thebetterkids.blogspot.com/2013/12/blog-post.html


ทำไมถึงเลี้ยงเด็กแบบรดน้ำใส่ปุ๋ยทุกวันไม่ได้นะ?

สวัสดีค่ะ...คงสงสัยกับ Topic ของโพสต์นี้กันใช่ไหมเอ่ย? อิอิ^^

บอกไว้ก่อนเลย เพราะว่าพืชเรียนรู้เหมือนกับเด็กๆไม่ได้ไงละ
แต่ถ้าจะให้ต้มตำรา ผัดข้าวคลุกมารยาทให้เด็กกิน ก็คงไม่ดูดซึมได้เหมือนกัน (ฮ่าๆๆ:))

คำถาม แล้วเด็กๆจะได้ทักษาการเรียนรู้ พัฒนามาจากไหน?

สัญชาตญาณ?
ครอบครัว?
สถานศึกษา? โรงเรียนเสริมพัฒนาการ?

เอาเป็นว่า...คำตอบพวกนี้และที่คุณคิดไว้นั้นไม่ได้ผิดนะ
แต่ที่ถูกต้องที่สุดคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก...

"คุณ"
อ่าๆๆๆๆ....
คุณในที่นี้หมายถึง คุณผู้อ่านและบุคคลรอบๆตัวคุณอีกนั่นแหละ
คุณคือใคร? พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู พี่เลี้ยง พี่ชายพี่สาว คุณน้าขายอาหารตามสั่งในซอย คุณหมอ นักร้องนักแสดงในทีวี...ฯลฯ

พูดง่ายๆ ก็จะหมายถึง ทุกคนในสังคมที่เด็กคนนั้นต้องพบเจอ

ถ้าจะถามกลับว่า อ่าว? เด็กที่เก่งๆก็มีเยอะหนิ ดูจากโรงเรียนชื่อดังทั่วไปในประเทศมีเยอะแยะ

รู้หรือไม่...เด็กที่โอกาสแข่งขันเข้าโรงเรียนมีเพียง สามหมื่นคน เด็กที่สอบแข่งขันเข้าโรงเรียนดังได้มีประมาณ สี่พันคน ในขณะที่ ประชากรเด็กในแต่ละรุ่นทั่วประเทศมีถึง เจ็ดแสนกว่าคน เลยที่เดียว!

สิ่งที่อยากบอกก็คือ เด็กเจ็ดแสนกว่าคนที่เหลือนี้ ประสบปัญหาวิกฤต คือ ขาดโอกาสในการเรียนรู้

คือปัจจัยก็มีทั้ง จากการเลี้ยงดูสนับสนุน จากพ่อแม่ที่ให้การสนับสนุนไม่เต็มที่ และจากตัวเด็กเอง (Down's syndrome, etc.)

การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กนั้น จะอยู่ระหว่างช่วงอายุ แรกเกิด ถึงประมาณ 6 ขวบ หรือเป็นช่วงที่สมองพัฒนามากที่สุด>>และเริ่มหยุดพัฒนา พร้อมที่จะฝ่อลง -.,->> เพราะฉะนั้นเด็กต้องได้รับการส่งเสริมในช่วงอายุนั้นให้มากที่สุด (ดูได้จาก โฆษณานมใำหรับเด็กหลายๆยี่ห้อ ที่ชวนเชื่อแล้วชวนเชื่ออีกนะคะ ^^)

ที่น่ากลัวอีกอย่างก็คือ มีเด็กเพียงแค่ ร้อยละ 5 จากเด็กทั้งหมดได้รับการแก้ไข และดูแลเข้าถึงในส่วนนี้

คำถามต่อไปคือ อีก ร้อยละ 95 ไปอยู่ไหน??

อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี สังคมเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น หรือประเทศไทยมีคนวัยทำงานมาก โดยเฉพาะช่วงอายุสามสิบต้นๆที่คนส่วนใหญ่นิยมสร้างครอบครัว แต่กลับต้องทำงานเช้ายันดึกเพื่อหาเงินมาสร้างเนื้อสร้างตัว

เด็กหลายคนจึงถูกนำไปฝากสถานรับเลี้ยงที่มีแค่พี่เลี้ยง (ซึ่งเป็นใครจากไหนก็ไม่รู้) มาดูแลระหว่างพ่อกับแม่ไปทำงาน ถ้าไฮโซหน่อยก็พาเข้าเนิสเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาล หลอกให้เด็กเล่นกับของเล่นที่นั่นตั้งแต่เด็กยังพูดไม่ได้

พูดถึงของเล่นเด็ก เชื่อว่าผู้อ่านเคยเล่นกันทุกคนนะคะ มันก็ช่วยพัฒนาสมองเด็กได้จริงๆนั่นแหละ แต่ดูราคาแต่ละชิ้นแล้ว...มันคุ้มใช่ไหม? ไม่โดนหลอกจริงหรือ?

ถ้าเกิดคุณไม่ใช่ไฮโซละ ?? ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศ (รวมถึงตัวผู้เขียนด้วย) ก็ไม่ได้มีเงินก้อนนั้นไว้ใช้จ่ายในส่วนนี้มากนัก บางคนถึงขั้นไม่มีด้วยซ้ำ... จะทำยังไง?

แล้ว "เด็กละ??
ย้อนกลับไปที่บอกไปข้างต้นว่า คุณ คือสิ่งที่ดีที่สุดในการปลูกฝังและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กน้อย

คุณทำอะไรได้บ้าง...?

หรือว่า คุณคิดว่า
...ไม่มีเวลาสำหรับส่วนนั้นหรอก...
...ไม่ใช่หน้าที่เรา พวกโรงเรียนต่างหากที่ต้องสอน...
...จะทำได้หรอ? ไม่มั่นใจเลย...
...ให้สอน? จะให้สอนยังไง?...
ขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า...
หยุดความคิดเหล่านั้นซะ!!!

เคยได้ยินไหม? "You are what you think." คุณเป็นอย่างที่คุณคิด...นะคะ (ตรงตัวมาก)

เปลี่ยนความคิดใหม่...คุณทำได้ และ คุณต้องทำ

ขอเวลาสักนิดดดดด!!

อย่าคิดว่าเวลาห้านาทีสิบนาทีไม่มีค่า หรือเวลาแค่นั้นอาจไม่ได้ประโยชน์มากพอ


สร้างบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การเรียนรู้
ชั้นหนังสือน่าอ่าน หยิบง่าย ประจำบ้าน
คำถามเชาว์ปัญญาเล็กๆน้อยๆ สร้างความกล้าที่จะถาม-ตอบ

พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส!

เริ่มตั้นแต่เช้า...

"เอ๊...ป้ายนั้นเเขาเขียนว่าอะไรนะ?"
"ขอ..ไม้หันอากาศ..บอใบไม้...ขับ..."
 
"มาช่วยแม่เลือกจานเร็ว :)"
"แกงไก่ถุงนี้ ใส่ใบไหนดีเอ่ย?"

"เอาสบู่มาผสมน้ำนิดนึง แล้วก็จะได้มาเป่าๆลูกโป่งกัน:)"//ระหว่างอาบน้ำ
ฝึกทักษะการอยู่ในสังคม ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
นิทานก่อนนอนสอนใจสัก 10 นาที ปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้เด็กน้อย
เลิกอ้าง เลิกผลักภาระ

ไม่ใช่เสียเวลา แต่คุณได้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น!

เก็บเล็ก ผสมน้อย เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในอนาคตของเด็ก
สร้างนิสัยในการเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก <3

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เล่นๆ เรียนๆ ตามประสามีฮา

    วันเสาร์ เราสองคนเลยขออนุญาตชิล ตื่นหกโมงครึ่ง พ่อชูก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกันมีฮา
เมื่อคืนไปส่งแม่ฉิง ทั้งที่อิดออดไม่อยากจะไปบินเนื่องจากมีข่าวว่าอียิปต์ 15 ล้านคน
จะออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่มีอะรมากมายนัก เพี้ยง
    ตื่นเช้ามาพบกับอากาศที่บริสุทธิ์ แดดส่องตั้งแต่เช้า เราสองคนรีบล้างหน้า
เก็บของ กล้อง ตังค์นิดหน่อย พามีฮาพ้นประตู ก็ถามมีฮาว่าอยากไปทางซ้ายหรือขวา
มีฮาบอกซ้าย ก็เลยต้องไปทางซ้ายของบ้าน ซึ่งเป็นด้านของหมู่บ้านพฤกษา 36
ไปแวะตุนเสบียงก่อน ซื้อข้าวมันไก่ทอด+ต้ม( ผสมกัน ) แล้วก็มี ขนมไข่หงส์
มุ่งตรงไปยังวัดขวัญสะอาด ตั้งใจจะพามีฮาไปดูกิจของพระสงฆ์ ว่าตอนเช้าๆท่านทำอะไรบ้าง
พอไปถึงมีฮาก็ได้เล่นกับเพื่อนใหม่เลยคือเจ้าแมวน้อย

 เจ้าแมวน้อยสีขาวเพื่อนของมีฮา

เล่นกันสนุกสนาน เจ้าแมวน้อยก็น่ารักเสียเหลือเกิน


   เล่นกันจนเกือบจะแปดโมง ต้องกลับบ้านแล้ว แดดเริ่มแรง มีฮาก็ยังไม่ได้ทานข้าว
มาถึงบ้าน จัดแจงข้าวมันไก่ใส่ถาดของมีฮา แล้วนั่งกินบนไฮแชร์ นั่งกินข้าวอย่างอร่อยเลย
คงเพราะได้เล่นอย่างสนุก นั่งไปหันมองนาฬิกา ใกล้แปดโมงต้องรีบเปิดวิทยุ
เพราะมีฮาชอบยืนตรงเคารพธงชาติ ถึงเวลาติ๊กต๊อก จะแปดโมงก็ต้องลุกลงมาข้างล่างก่อน
มาเคารพธงชาติเสียก่อน ค่อยกลับไปนั่งกินข้าวใหม่อีกรอบ กินได้อีกไม่กี่คำ มีฮาก็อิ่มแล้ว
กินข้าวมันไก่หมดไปครึ่งกล่อง เก่งมากวันนี้ แล้วก็มากินแก้วมังกร มะละกอ
แล้วก็ไปให้อาหารเจ้าซื่อบื้อ เจ้าซื้อสัตย์ นั่งเล่นชิงช้า เล่นแฟลชการ์ด ตัวเริ่มมอมแมม
เลยชวนเล่นน้ำ  เล่นไปด้วย เรียนไปด้วย เรียนเรื่องการไหลของน้ำจากที่สูงลงทีต่ำ
อุปกรณ์ไม่มีอะไรมาก มีไม้ไผ่ผ่าครึ่ง แล้วเซาะเอาปล้องออก จากนั้นก็ให้มีฮาสมมุติการรดน้ำ
พอเทน้ำใส่ด้านที่สูง น้ำก็จะไหลไปทางด้านต่ำ แล้วก็โดนต้นไม้ ทำให้มีฮาสนุกสนาน
จากนั้นก็เล่นช่วยน้ำออกจากขวด เอาขวดมาใส่น้ำแล้วเอาหนังยางรัด แล้วให้มีฮาหาวิธีเอาน้ำออก
ตอนแรกก็ทั้งเท ทั้งทุบ ทั้งดึง จึงต้องใบ้ให้ โดยให้หาอะไรมาจิ้ม มีฮาก็ได้ไม้แถวนั้นมาจิ้ม
แล้วก็ช่วยให้น้ำออกมา แล้วมีฮาก็เอาไปรดน้ำต้นไม้ กลายเป็นบัวรดน้ำต้นไม้ไปเลย

 ของเล่นมีฮา เล่นน้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ

เล่นช่วยน้ำออกจากขวด

เล่นน้ำกันนานมาก จนริมฝีปากเริ่มเป็นสีม่วง ต้องพามีฮาไปแต่งตัว  แต่ยังไม่ทันจะเข้าบ้าน
ยายจ๋าข้างบ้านก็ออกมาชวนคุย ไปคุยกับยาย แล้วก็แย่งยายกินข้าวอีก กว่าสิบคำ
ยายจ๋ามีแหนมปลากรายกับข้าวสวย  ถูกใจมีฮา คราวหน้าต้องลองหามาให้มีฮาหม่ำเสียหน่อย
ท่าทางจะชอบมาก กินข้าวจากยายอีกรอบก็ได้เวลา แปรงฟัน แล้วก็พาไปนอนข้างบน ก่อนจะนอนมีฮาขอดูโพโรโร่ก่อน ดูไปประมาณสิบรอบได้ ร้องตาม เต้นตามสารพัด กว่าจะได้กินนม ฟังนิทานนอนกัน
นอนตอน สิบโมงครึ่ง จนถึงบ่ายโมงครึ่ง พาลงไปข้างล่างไปนั่งกินข้าวมันไก่ที่เหลือต่อ กินเกือบหมด
พ่อชูจึงขอนั่งกินข้าวบ้าง แล้วก็ให้มีฮาไปเล่นกับยาย มีฮาไปค้นตู้ได้ของกินมาอีก ทั้งขนม
ทั้งอาหารขวด มาให้ยายช่วยแกะ ช่วยป้อน แล้วก็เปิดตู้เย็นได้โยเกิร์ตมากินอีก กินไปเกือบหมดอีก
วันนี้กินเก่งมากเลย เจริญอาหารจริงๆ กินเสร็จแล้วพ่อชูก็ขอไปเก็บกวาดของที่เคาน์เตอร์
แล้วให้ยายช่วยดูมีฮา เธอก็วิ่งไปวิ่งมา จะช่วยๆพ่ออยู่นั่นแหละ ช่วยยุ่งตลอดกว่าจะเสร็จก็บ่ายสามครึ่ง
เห็นว่ามีฮางอแง คงอยากกินนม เลยพาไปกินนม แล้วเล่นกันบนบ้าน จนถึงบ่ายสี่โมงครึ่ง
ก็พากันออกเดินทาง ไปซิ่งกันต่อ วันนี้ขับไปทางเส้นสุวิทวงท์ ตั้งใจจะขับไปเล่นเรื่อยๆ
หาที่ใหม่ๆให้มีฮาเล่น ขับไปได้สักพักก็เห็นเขากำลังหว่านข้าว เลยจอดรถลงดู แล้วก็พามีฮาเล่นสำรวจ
ต้นไม้ วันนี้มีฮาได้รู้จักอีกหนึ่งอย่างก็คือปลวกที่จะเหมือนอุโมงค์ขึ้นไปบนต้นไม้ หาไม้ให้แล้วให้มีฮา
ลองเอาไปแหย่ เอาไปแคะดู

แหย่หาปลวก
   
     เห็นป้ายโรงเรียนไม่ได้ต้องขอแวะดูเสียหน่อย เจออีกหนึ่งโรงเรียนซึ่งอยู่ในเส้นสุวิทวงท์
เป็นโรงเรียนเล็กๆ น่ารักๆ บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ อากาศโล่งโปร่งสบาย
เลยพามีฮาจอดรถเข้าไปเล่นหน่อย มีทั้งสนามเด็กเล่น มีพี่คิงคองด้วย
ขอขี่พี่คิงคองหน่อยนะคะ

เล่นสนามเด็กเล่นสนุกสนานเลย




พี่คิงคองที่นี่มีตั้งสามตัวแหน่ะ

ดีใจๆ ได้ขับรถด้วยค่ะ

เล่นที่โรงเรียนนี้เสร็จก็ต้องพามีฮาไปหาพี่แพรวา ตามสัญญาไว้หลายวันก่อนโน้นว่าถ้าฝนไม่ตก
จะพาไปเล่นกับพี่แพรวา พี่แพรวาเป็นลูกของภารโรง โรงเรียนวัดขุมทอง อยู่อนุบาลสองแล้ว
แต่มีฮาชอบเล่นกับพี่แพรวามาก พี่แพรวาก็ชอบมีฮาเหมือนกัน

มาทักทายเจ้าลายก่อน


จะบอกว่าสองคนนี้ยังอ่านไม่ได้นะ แต่ท่าให้มาก

มืดแล้วกลับบ้านดีกว่า

 เล่นกับพี่แพรวาเสร็จก็กลับบ้านมาทานข้าว มื้อเย็นของมีฮาเป็นไข่ต้ม กินกับซอส ไข่ทอดใส่หอมหัวใหญ่
ผัดผัด พึ่งจะรู้ว่ามีฮาชอบกินอะไรที่จิ้มซอสภูเขาทองมาก กินไข่หมดไปฟอง กินข้าวไปเยอะมาก
ซึ่งทุกอย่างมีฮาจะให้เอาจิ้มซอสก่อน กินง่ายจริงๆเลยเรา กินแบบว่าไม่ต้องคะยั้นคะยอเลย
อั้มหายๆเลย กินหมดแล้วก็มานั่งเล่นกัน แล้วก้ได้เวลาไปอาบน้ำ มีฮาไปอาบน้ำทำให้สำรวจเห็นว่า
วันนี้มีแผลที่นิ้วโป้ง ก็สังเกตตั้งแต่ตอนไปเล่นกับพี่แพรวา มีฮาจะบอกว่ามดกัดนิ้ว ก็คงเพราะแผลนี้
อาจจะเกิดจากไปดึงหญ้าที่มันคมๆ มีตุ่มยุงเบ้อเริ่มที่ขา มีตุ่มยุงที่เปลือกตา (ไม่รู้มันไปกัดได้ไง)
อาบน้ำแปรงฟัน มานั่งดูดีวีดีได้ไม่เท่าไหร่ก็บอกให้ปิดๆ จะไปกินนม อ่านนิทานแล้ว
กินนมไปอ่านนิทานเรื่องเจ้าหนูใจดี การเดินทางแสนสนุก(2รอบ) หนูจิ๋ว พออ่านจบปุ๊บ
ไปปิดไฟ มีฮาก็หลับปุ๋ย
   ฝันดีจ้ะ สาวน้อย แล้วพรุ่งนี้จะมีอะไรเล่นกันอีกนะ