วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556
เวลาจากคุณสักนิด! เพื่อเพิ่มฤทธิ์เด็กน้อยให้พัฒนา
ขอบคุณที่มา http://time-for-thebetterkids.blogspot.com/2013/12/blog-post.html
ทำไมถึงเลี้ยงเด็กแบบรดน้ำใส่ปุ๋ยทุกวันไม่ได้นะ?
บอกไว้ก่อนเลย เพราะว่าพืชเรียนรู้เหมือนกับเด็กๆไม่ได้ไงละ
แต่ถ้าจะให้ต้มตำรา ผัดข้าวคลุกมารยาทให้เด็กกิน ก็คงไม่ดูดซึมได้เหมือนกัน (ฮ่าๆๆ:))
คำถาม แล้วเด็กๆจะได้ทักษาการเรียนรู้ พัฒนามาจากไหน?
สัญชาตญาณ?
ครอบครัว?
สถานศึกษา? โรงเรียนเสริมพัฒนาการ?
เอาเป็นว่า...คำตอบพวกนี้และที่คุณคิดไว้นั้นไม่ได้ผิดนะ
แต่ที่ถูกต้องที่สุดคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก...
"คุณ"
อ่าๆๆๆๆ....
คุณในที่นี้หมายถึง คุณผู้อ่านและบุคคลรอบๆตัวคุณอีกนั่นแหละ
คุณคือใคร? พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู พี่เลี้ยง พี่ชายพี่สาว คุณน้าขายอาหารตามสั่งในซอย คุณหมอ นักร้องนักแสดงในทีวี...ฯลฯ
คุณคือใคร? พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู พี่เลี้ยง พี่ชายพี่สาว คุณน้าขายอาหารตามสั่งในซอย คุณหมอ นักร้องนักแสดงในทีวี...ฯลฯ
พูดง่ายๆ ก็จะหมายถึง ทุกคนในสังคมที่เด็กคนนั้นต้องพบเจอ
ถ้าจะถามกลับว่า อ่าว? เด็กที่เก่งๆก็มีเยอะหนิ ดูจากโรงเรียนชื่อดังทั่วไปในประเทศมีเยอะแยะ
รู้หรือไม่...เด็กที่โอกาสแข่งขันเข้าโรงเรียนมีเพียง สามหมื่นคน เด็กที่สอบแข่งขันเข้าโรงเรียนดังได้มีประมาณ สี่พันคน ในขณะที่ ประชากรเด็กในแต่ละรุ่นทั่วประเทศมีถึง เจ็ดแสนกว่าคน เลยที่เดียว!
สิ่งที่อยากบอกก็คือ เด็กเจ็ดแสนกว่าคนที่เหลือนี้ ประสบปัญหาวิกฤต คือ ขาดโอกาสในการเรียนรู้
คือปัจจัยก็มีทั้ง จากการเลี้ยงดูสนับสนุน จากพ่อแม่ที่ให้การสนับสนุนไม่เต็มที่ และจากตัวเด็กเอง (Down's syndrome, etc.)
การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กนั้น จะอยู่ระหว่างช่วงอายุ แรกเกิด ถึงประมาณ 6 ขวบ หรือเป็นช่วงที่สมองพัฒนามากที่สุด>>และเริ่มหยุดพัฒนา พร้อมที่จะฝ่อลง -.,->> เพราะฉะนั้นเด็กต้องได้รับการส่งเสริมในช่วงอายุนั้นให้มากที่สุด (ดูได้จาก โฆษณานมใำหรับเด็กหลายๆยี่ห้อ ที่ชวนเชื่อแล้วชวนเชื่ออีกนะคะ ^^)
ที่น่ากลัวอีกอย่างก็คือ มีเด็กเพียงแค่ ร้อยละ 5 จากเด็กทั้งหมดได้รับการแก้ไข และดูแลเข้าถึงในส่วนนี้
คำถามต่อไปคือ อีก ร้อยละ 95 ไปอยู่ไหน??
อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี สังคมเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น หรือประเทศไทยมีคนวัยทำงานมาก โดยเฉพาะช่วงอายุสามสิบต้นๆที่คนส่วนใหญ่นิยมสร้างครอบครัว แต่กลับต้องทำงานเช้ายันดึกเพื่อหาเงินมาสร้างเนื้อสร้างตัว
เด็กหลายคนจึงถูกนำไปฝากสถานรับเลี้ยงที่มีแค่พี่เลี้ยง (ซึ่งเป็นใครจากไหนก็ไม่รู้) มาดูแลระหว่างพ่อกับแม่ไปทำงาน ถ้าไฮโซหน่อยก็พาเข้าเนิสเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาล หลอกให้เด็กเล่นกับของเล่นที่นั่นตั้งแต่เด็กยังพูดไม่ได้
พูดถึงของเล่นเด็ก เชื่อว่าผู้อ่านเคยเล่นกันทุกคนนะคะ มันก็ช่วยพัฒนาสมองเด็กได้จริงๆนั่นแหละ แต่ดูราคาแต่ละชิ้นแล้ว...มันคุ้มใช่ไหม? ไม่โดนหลอกจริงหรือ?
ถ้าเกิดคุณไม่ใช่ไฮโซละ ?? ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศ (รวมถึงตัวผู้เขียนด้วย) ก็ไม่ได้มีเงินก้อนนั้นไว้ใช้จ่ายในส่วนนี้มากนัก บางคนถึงขั้นไม่มีด้วยซ้ำ... จะทำยังไง?
แล้ว "เด็ก" ละ??
ย้อนกลับไปที่บอกไปข้างต้นว่า คุณ คือสิ่งที่ดีที่สุดในการปลูกฝังและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กน้อย
คุณทำอะไรได้บ้าง...?
หรือว่า คุณคิดว่า
...ไม่มีเวลาสำหรับส่วนนั้นหรอก...
...ไม่ใช่หน้าที่เรา พวกโรงเรียนต่างหากที่ต้องสอน...
...จะทำได้หรอ? ไม่มั่นใจเลย...
...ให้สอน? จะให้สอนยังไง?...
ขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า...
หยุดความคิดเหล่านั้นซะ!!!
เคยได้ยินไหม? "You are what you think." คุณเป็นอย่างที่คุณคิด...นะคะ (ตรงตัวมาก)
เปลี่ยนความคิดใหม่...คุณทำได้ และ คุณต้องทำ
ขอเวลาสักนิดดดดด!!
อย่าคิดว่าเวลาห้านาทีสิบนาทีไม่มีค่า หรือเวลาแค่นั้นอาจไม่ได้ประโยชน์มากพอ
สร้างบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การเรียนรู้
พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส!
เริ่มตั้นแต่เช้า...
"เอ๊...ป้ายนั้นเเขาเขียนว่าอะไรนะ?"
"ขอ..ไม้หันอากาศ..บอใบไม้...ขับ..."
"มาช่วยแม่เลือกจานเร็ว :)"
"แกงไก่ถุงนี้ ใส่ใบไหนดีเอ่ย?"
นิทานก่อนนอนสอนใจสัก 10 นาที ปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้เด็กน้อย
เลิกอ้าง เลิกผลักภาระ
ไม่ใช่เสียเวลา แต่คุณได้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น!
เก็บเล็ก ผสมน้อย เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในอนาคตของเด็ก
สร้างนิสัยในการเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก <3
เก็บเล็ก ผสมน้อย เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในอนาคตของเด็ก
สร้างนิสัยในการเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก <3
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556
เล่นๆ เรียนๆ ตามประสามีฮา
วันเสาร์ เราสองคนเลยขออนุญาตชิล ตื่นหกโมงครึ่ง พ่อชูก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกันมีฮา
เมื่อคืนไปส่งแม่ฉิง ทั้งที่อิดออดไม่อยากจะไปบินเนื่องจากมีข่าวว่าอียิปต์ 15 ล้านคน
จะออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่มีอะรมากมายนัก เพี้ยง
ตื่นเช้ามาพบกับอากาศที่บริสุทธิ์ แดดส่องตั้งแต่เช้า เราสองคนรีบล้างหน้า
เก็บของ กล้อง ตังค์นิดหน่อย พามีฮาพ้นประตู ก็ถามมีฮาว่าอยากไปทางซ้ายหรือขวา
มีฮาบอกซ้าย ก็เลยต้องไปทางซ้ายของบ้าน ซึ่งเป็นด้านของหมู่บ้านพฤกษา 36
ไปแวะตุนเสบียงก่อน ซื้อข้าวมันไก่ทอด+ต้ม( ผสมกัน ) แล้วก็มี ขนมไข่หงส์
มุ่งตรงไปยังวัดขวัญสะอาด ตั้งใจจะพามีฮาไปดูกิจของพระสงฆ์ ว่าตอนเช้าๆท่านทำอะไรบ้าง
พอไปถึงมีฮาก็ได้เล่นกับเพื่อนใหม่เลยคือเจ้าแมวน้อย
เล่นกันจนเกือบจะแปดโมง ต้องกลับบ้านแล้ว แดดเริ่มแรง มีฮาก็ยังไม่ได้ทานข้าว
มาถึงบ้าน จัดแจงข้าวมันไก่ใส่ถาดของมีฮา แล้วนั่งกินบนไฮแชร์ นั่งกินข้าวอย่างอร่อยเลย
คงเพราะได้เล่นอย่างสนุก นั่งไปหันมองนาฬิกา ใกล้แปดโมงต้องรีบเปิดวิทยุ
เพราะมีฮาชอบยืนตรงเคารพธงชาติ ถึงเวลาติ๊กต๊อก จะแปดโมงก็ต้องลุกลงมาข้างล่างก่อน
มาเคารพธงชาติเสียก่อน ค่อยกลับไปนั่งกินข้าวใหม่อีกรอบ กินได้อีกไม่กี่คำ มีฮาก็อิ่มแล้ว
กินข้าวมันไก่หมดไปครึ่งกล่อง เก่งมากวันนี้ แล้วก็มากินแก้วมังกร มะละกอ
แล้วก็ไปให้อาหารเจ้าซื่อบื้อ เจ้าซื้อสัตย์ นั่งเล่นชิงช้า เล่นแฟลชการ์ด ตัวเริ่มมอมแมม
เลยชวนเล่นน้ำ เล่นไปด้วย เรียนไปด้วย เรียนเรื่องการไหลของน้ำจากที่สูงลงทีต่ำ
อุปกรณ์ไม่มีอะไรมาก มีไม้ไผ่ผ่าครึ่ง แล้วเซาะเอาปล้องออก จากนั้นก็ให้มีฮาสมมุติการรดน้ำ
พอเทน้ำใส่ด้านที่สูง น้ำก็จะไหลไปทางด้านต่ำ แล้วก็โดนต้นไม้ ทำให้มีฮาสนุกสนาน
จากนั้นก็เล่นช่วยน้ำออกจากขวด เอาขวดมาใส่น้ำแล้วเอาหนังยางรัด แล้วให้มีฮาหาวิธีเอาน้ำออก
ตอนแรกก็ทั้งเท ทั้งทุบ ทั้งดึง จึงต้องใบ้ให้ โดยให้หาอะไรมาจิ้ม มีฮาก็ได้ไม้แถวนั้นมาจิ้ม
แล้วก็ช่วยให้น้ำออกมา แล้วมีฮาก็เอาไปรดน้ำต้นไม้ กลายเป็นบัวรดน้ำต้นไม้ไปเลย
เล่นน้ำกันนานมาก จนริมฝีปากเริ่มเป็นสีม่วง ต้องพามีฮาไปแต่งตัว แต่ยังไม่ทันจะเข้าบ้าน
ยายจ๋าข้างบ้านก็ออกมาชวนคุย ไปคุยกับยาย แล้วก็แย่งยายกินข้าวอีก กว่าสิบคำ
ยายจ๋ามีแหนมปลากรายกับข้าวสวย ถูกใจมีฮา คราวหน้าต้องลองหามาให้มีฮาหม่ำเสียหน่อย
ท่าทางจะชอบมาก กินข้าวจากยายอีกรอบก็ได้เวลา แปรงฟัน แล้วก็พาไปนอนข้างบน ก่อนจะนอนมีฮาขอดูโพโรโร่ก่อน ดูไปประมาณสิบรอบได้ ร้องตาม เต้นตามสารพัด กว่าจะได้กินนม ฟังนิทานนอนกัน
นอนตอน สิบโมงครึ่ง จนถึงบ่ายโมงครึ่ง พาลงไปข้างล่างไปนั่งกินข้าวมันไก่ที่เหลือต่อ กินเกือบหมด
พ่อชูจึงขอนั่งกินข้าวบ้าง แล้วก็ให้มีฮาไปเล่นกับยาย มีฮาไปค้นตู้ได้ของกินมาอีก ทั้งขนม
ทั้งอาหารขวด มาให้ยายช่วยแกะ ช่วยป้อน แล้วก็เปิดตู้เย็นได้โยเกิร์ตมากินอีก กินไปเกือบหมดอีก
วันนี้กินเก่งมากเลย เจริญอาหารจริงๆ กินเสร็จแล้วพ่อชูก็ขอไปเก็บกวาดของที่เคาน์เตอร์
แล้วให้ยายช่วยดูมีฮา เธอก็วิ่งไปวิ่งมา จะช่วยๆพ่ออยู่นั่นแหละ ช่วยยุ่งตลอดกว่าจะเสร็จก็บ่ายสามครึ่ง
เห็นว่ามีฮางอแง คงอยากกินนม เลยพาไปกินนม แล้วเล่นกันบนบ้าน จนถึงบ่ายสี่โมงครึ่ง
ก็พากันออกเดินทาง ไปซิ่งกันต่อ วันนี้ขับไปทางเส้นสุวิทวงท์ ตั้งใจจะขับไปเล่นเรื่อยๆ
หาที่ใหม่ๆให้มีฮาเล่น ขับไปได้สักพักก็เห็นเขากำลังหว่านข้าว เลยจอดรถลงดู แล้วก็พามีฮาเล่นสำรวจ
ต้นไม้ วันนี้มีฮาได้รู้จักอีกหนึ่งอย่างก็คือปลวกที่จะเหมือนอุโมงค์ขึ้นไปบนต้นไม้ หาไม้ให้แล้วให้มีฮา
ลองเอาไปแหย่ เอาไปแคะดู
เห็นป้ายโรงเรียนไม่ได้ต้องขอแวะดูเสียหน่อย เจออีกหนึ่งโรงเรียนซึ่งอยู่ในเส้นสุวิทวงท์
เป็นโรงเรียนเล็กๆ น่ารักๆ บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ อากาศโล่งโปร่งสบาย
เลยพามีฮาจอดรถเข้าไปเล่นหน่อย มีทั้งสนามเด็กเล่น มีพี่คิงคองด้วย
เล่นกับพี่แพรวาเสร็จก็กลับบ้านมาทานข้าว มื้อเย็นของมีฮาเป็นไข่ต้ม กินกับซอส ไข่ทอดใส่หอมหัวใหญ่
ผัดผัด พึ่งจะรู้ว่ามีฮาชอบกินอะไรที่จิ้มซอสภูเขาทองมาก กินไข่หมดไปฟอง กินข้าวไปเยอะมาก
ซึ่งทุกอย่างมีฮาจะให้เอาจิ้มซอสก่อน กินง่ายจริงๆเลยเรา กินแบบว่าไม่ต้องคะยั้นคะยอเลย
อั้มหายๆเลย กินหมดแล้วก็มานั่งเล่นกัน แล้วก้ได้เวลาไปอาบน้ำ มีฮาไปอาบน้ำทำให้สำรวจเห็นว่า
วันนี้มีแผลที่นิ้วโป้ง ก็สังเกตตั้งแต่ตอนไปเล่นกับพี่แพรวา มีฮาจะบอกว่ามดกัดนิ้ว ก็คงเพราะแผลนี้
อาจจะเกิดจากไปดึงหญ้าที่มันคมๆ มีตุ่มยุงเบ้อเริ่มที่ขา มีตุ่มยุงที่เปลือกตา (ไม่รู้มันไปกัดได้ไง)
อาบน้ำแปรงฟัน มานั่งดูดีวีดีได้ไม่เท่าไหร่ก็บอกให้ปิดๆ จะไปกินนม อ่านนิทานแล้ว
กินนมไปอ่านนิทานเรื่องเจ้าหนูใจดี การเดินทางแสนสนุก(2รอบ) หนูจิ๋ว พออ่านจบปุ๊บ
ไปปิดไฟ มีฮาก็หลับปุ๋ย
ฝันดีจ้ะ สาวน้อย แล้วพรุ่งนี้จะมีอะไรเล่นกันอีกนะ
เมื่อคืนไปส่งแม่ฉิง ทั้งที่อิดออดไม่อยากจะไปบินเนื่องจากมีข่าวว่าอียิปต์ 15 ล้านคน
จะออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่มีอะรมากมายนัก เพี้ยง
ตื่นเช้ามาพบกับอากาศที่บริสุทธิ์ แดดส่องตั้งแต่เช้า เราสองคนรีบล้างหน้า
เก็บของ กล้อง ตังค์นิดหน่อย พามีฮาพ้นประตู ก็ถามมีฮาว่าอยากไปทางซ้ายหรือขวา
มีฮาบอกซ้าย ก็เลยต้องไปทางซ้ายของบ้าน ซึ่งเป็นด้านของหมู่บ้านพฤกษา 36
ไปแวะตุนเสบียงก่อน ซื้อข้าวมันไก่ทอด+ต้ม( ผสมกัน ) แล้วก็มี ขนมไข่หงส์
มุ่งตรงไปยังวัดขวัญสะอาด ตั้งใจจะพามีฮาไปดูกิจของพระสงฆ์ ว่าตอนเช้าๆท่านทำอะไรบ้าง
พอไปถึงมีฮาก็ได้เล่นกับเพื่อนใหม่เลยคือเจ้าแมวน้อย
เจ้าแมวน้อยสีขาวเพื่อนของมีฮา
เล่นกันสนุกสนาน เจ้าแมวน้อยก็น่ารักเสียเหลือเกิน
เล่นกันจนเกือบจะแปดโมง ต้องกลับบ้านแล้ว แดดเริ่มแรง มีฮาก็ยังไม่ได้ทานข้าว
มาถึงบ้าน จัดแจงข้าวมันไก่ใส่ถาดของมีฮา แล้วนั่งกินบนไฮแชร์ นั่งกินข้าวอย่างอร่อยเลย
คงเพราะได้เล่นอย่างสนุก นั่งไปหันมองนาฬิกา ใกล้แปดโมงต้องรีบเปิดวิทยุ
เพราะมีฮาชอบยืนตรงเคารพธงชาติ ถึงเวลาติ๊กต๊อก จะแปดโมงก็ต้องลุกลงมาข้างล่างก่อน
มาเคารพธงชาติเสียก่อน ค่อยกลับไปนั่งกินข้าวใหม่อีกรอบ กินได้อีกไม่กี่คำ มีฮาก็อิ่มแล้ว
กินข้าวมันไก่หมดไปครึ่งกล่อง เก่งมากวันนี้ แล้วก็มากินแก้วมังกร มะละกอ
แล้วก็ไปให้อาหารเจ้าซื่อบื้อ เจ้าซื้อสัตย์ นั่งเล่นชิงช้า เล่นแฟลชการ์ด ตัวเริ่มมอมแมม
เลยชวนเล่นน้ำ เล่นไปด้วย เรียนไปด้วย เรียนเรื่องการไหลของน้ำจากที่สูงลงทีต่ำ
อุปกรณ์ไม่มีอะไรมาก มีไม้ไผ่ผ่าครึ่ง แล้วเซาะเอาปล้องออก จากนั้นก็ให้มีฮาสมมุติการรดน้ำ
พอเทน้ำใส่ด้านที่สูง น้ำก็จะไหลไปทางด้านต่ำ แล้วก็โดนต้นไม้ ทำให้มีฮาสนุกสนาน
จากนั้นก็เล่นช่วยน้ำออกจากขวด เอาขวดมาใส่น้ำแล้วเอาหนังยางรัด แล้วให้มีฮาหาวิธีเอาน้ำออก
ตอนแรกก็ทั้งเท ทั้งทุบ ทั้งดึง จึงต้องใบ้ให้ โดยให้หาอะไรมาจิ้ม มีฮาก็ได้ไม้แถวนั้นมาจิ้ม
แล้วก็ช่วยให้น้ำออกมา แล้วมีฮาก็เอาไปรดน้ำต้นไม้ กลายเป็นบัวรดน้ำต้นไม้ไปเลย
ของเล่นมีฮา เล่นน้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ
เล่นช่วยน้ำออกจากขวด
ยายจ๋าข้างบ้านก็ออกมาชวนคุย ไปคุยกับยาย แล้วก็แย่งยายกินข้าวอีก กว่าสิบคำ
ยายจ๋ามีแหนมปลากรายกับข้าวสวย ถูกใจมีฮา คราวหน้าต้องลองหามาให้มีฮาหม่ำเสียหน่อย
ท่าทางจะชอบมาก กินข้าวจากยายอีกรอบก็ได้เวลา แปรงฟัน แล้วก็พาไปนอนข้างบน ก่อนจะนอนมีฮาขอดูโพโรโร่ก่อน ดูไปประมาณสิบรอบได้ ร้องตาม เต้นตามสารพัด กว่าจะได้กินนม ฟังนิทานนอนกัน
นอนตอน สิบโมงครึ่ง จนถึงบ่ายโมงครึ่ง พาลงไปข้างล่างไปนั่งกินข้าวมันไก่ที่เหลือต่อ กินเกือบหมด
พ่อชูจึงขอนั่งกินข้าวบ้าง แล้วก็ให้มีฮาไปเล่นกับยาย มีฮาไปค้นตู้ได้ของกินมาอีก ทั้งขนม
ทั้งอาหารขวด มาให้ยายช่วยแกะ ช่วยป้อน แล้วก็เปิดตู้เย็นได้โยเกิร์ตมากินอีก กินไปเกือบหมดอีก
วันนี้กินเก่งมากเลย เจริญอาหารจริงๆ กินเสร็จแล้วพ่อชูก็ขอไปเก็บกวาดของที่เคาน์เตอร์
แล้วให้ยายช่วยดูมีฮา เธอก็วิ่งไปวิ่งมา จะช่วยๆพ่ออยู่นั่นแหละ ช่วยยุ่งตลอดกว่าจะเสร็จก็บ่ายสามครึ่ง
เห็นว่ามีฮางอแง คงอยากกินนม เลยพาไปกินนม แล้วเล่นกันบนบ้าน จนถึงบ่ายสี่โมงครึ่ง
ก็พากันออกเดินทาง ไปซิ่งกันต่อ วันนี้ขับไปทางเส้นสุวิทวงท์ ตั้งใจจะขับไปเล่นเรื่อยๆ
หาที่ใหม่ๆให้มีฮาเล่น ขับไปได้สักพักก็เห็นเขากำลังหว่านข้าว เลยจอดรถลงดู แล้วก็พามีฮาเล่นสำรวจ
ต้นไม้ วันนี้มีฮาได้รู้จักอีกหนึ่งอย่างก็คือปลวกที่จะเหมือนอุโมงค์ขึ้นไปบนต้นไม้ หาไม้ให้แล้วให้มีฮา
ลองเอาไปแหย่ เอาไปแคะดู
แหย่หาปลวก
เห็นป้ายโรงเรียนไม่ได้ต้องขอแวะดูเสียหน่อย เจออีกหนึ่งโรงเรียนซึ่งอยู่ในเส้นสุวิทวงท์
เป็นโรงเรียนเล็กๆ น่ารักๆ บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ อากาศโล่งโปร่งสบาย
เลยพามีฮาจอดรถเข้าไปเล่นหน่อย มีทั้งสนามเด็กเล่น มีพี่คิงคองด้วย
ขอขี่พี่คิงคองหน่อยนะคะ
เล่นสนามเด็กเล่นสนุกสนานเลย
พี่คิงคองที่นี่มีตั้งสามตัวแหน่ะ
ดีใจๆ ได้ขับรถด้วยค่ะ
เล่นที่โรงเรียนนี้เสร็จก็ต้องพามีฮาไปหาพี่แพรวา ตามสัญญาไว้หลายวันก่อนโน้นว่าถ้าฝนไม่ตก
จะพาไปเล่นกับพี่แพรวา พี่แพรวาเป็นลูกของภารโรง โรงเรียนวัดขุมทอง อยู่อนุบาลสองแล้ว
แต่มีฮาชอบเล่นกับพี่แพรวามาก พี่แพรวาก็ชอบมีฮาเหมือนกัน
มาทักทายเจ้าลายก่อน
จะบอกว่าสองคนนี้ยังอ่านไม่ได้นะ แต่ท่าให้มาก
มืดแล้วกลับบ้านดีกว่า
ผัดผัด พึ่งจะรู้ว่ามีฮาชอบกินอะไรที่จิ้มซอสภูเขาทองมาก กินไข่หมดไปฟอง กินข้าวไปเยอะมาก
ซึ่งทุกอย่างมีฮาจะให้เอาจิ้มซอสก่อน กินง่ายจริงๆเลยเรา กินแบบว่าไม่ต้องคะยั้นคะยอเลย
อั้มหายๆเลย กินหมดแล้วก็มานั่งเล่นกัน แล้วก้ได้เวลาไปอาบน้ำ มีฮาไปอาบน้ำทำให้สำรวจเห็นว่า
วันนี้มีแผลที่นิ้วโป้ง ก็สังเกตตั้งแต่ตอนไปเล่นกับพี่แพรวา มีฮาจะบอกว่ามดกัดนิ้ว ก็คงเพราะแผลนี้
อาจจะเกิดจากไปดึงหญ้าที่มันคมๆ มีตุ่มยุงเบ้อเริ่มที่ขา มีตุ่มยุงที่เปลือกตา (ไม่รู้มันไปกัดได้ไง)
อาบน้ำแปรงฟัน มานั่งดูดีวีดีได้ไม่เท่าไหร่ก็บอกให้ปิดๆ จะไปกินนม อ่านนิทานแล้ว
กินนมไปอ่านนิทานเรื่องเจ้าหนูใจดี การเดินทางแสนสนุก(2รอบ) หนูจิ๋ว พออ่านจบปุ๊บ
ไปปิดไฟ มีฮาก็หลับปุ๋ย
ฝันดีจ้ะ สาวน้อย แล้วพรุ่งนี้จะมีอะไรเล่นกันอีกนะ
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ไว้อาลัยแด่ระบบการศึกษาไทย
ไว้อาลัยแด่ระบบการศึกษาไทย!
โดย : อภิรดี จูฑะศร
พับลิกโพสต์ออนไลน์ : 3 สิงหาคม 2555
พับลิกโพสต์ออนไลน์ : 3 สิงหาคม 2555
มีเพื่อนในเฟสบุ๊คท่านหนึ่ง เอานิทานมาเล่าให้ฟัง ชื่อเรื่องว่า 'โรงเรียนของสัตว์' เรื่องมีอยู่ว่า...
กระต่ายซึ่งเคยได้เกรดเอจากการวิ่ง มีปัญหามากในเรื่องการปีนต้นไม้ในแนวดิ่ง มันปีนขึ้นไปแล้วก็ตกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดหัวสมองก็ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถจะวิ่งต่อไปได้ จากที่เคยได้เกรดเอในการวิ่ง ตอนนี้มันกลับได้เกรดซี และแน่นอนมันได้เอฟ (สอบตก) ในการปีนต้นไม้ นกที่เคยเก่งมากในเรื่องการบิน แต่พอต้องเรียนวิชาขุดโพรงลงไปในดิน มันก็ทำได้ไม่ดีนัก จะงอยปากของมันแตกและปีกของมันก็หัก ในไม่ช้ามันก็ได้เกรดซีในวิชาการบิน และได้เอฟในวิชาขุดโพรง แถมประสบปัญหาในเรื่องการปีนต้นไม้ในแนวดิ่งเช่นกัน
ฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่ามันคุ้นๆ ไหม? นี่ล่ะคือ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับการศึกษาในเมืองไทย (ความจริงมันเกิดขึ้นมานานแล้วด้วยซ้ำ) ระบบการศึกษาแบบไทยๆ ที่ทำร้ายเยาวชนของเรามานานนักแล้ว ทุกปีเด็กไทยจะมีปัญหาเรื่องของการสอบเข้าเรียนเสมอ ไม่ว่าจะเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษา สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ที่สุดแล้วก็เป็นไปเพื่อจะสร้างสถิติใหม่ๆ ที่ว่า เมืองไทยมีบัณฑิตจบใหม่ตกงานเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี และด้อยคุณภาพลงไปทุกที นั่นเพราะระบบการศึกษาบ้านเราได้ทำลายแรงบันดาลใจ เชาว์ปัญญา และอัจฉริยภาพที่แตกต่างกันในตัวคนแต่ละคนลงไป จนกลายเป็นเด็กพิมพ์เดียวกัน ที่ขาดไร้ซึ่งความเป็นตัวของตัวเอง ขาดความมั่นใจในตัวเอง และไร้ทิศทางอนาคต สิ่งเหล่านี้ผู้เขียนพบเจอบ่อยครั้งในการไปบรรยายให้กับนักศึกษาในหลายสถาบัน ซึ่งเราไม่อาจโทษเด็กได้เลย เราเพียงต้องให้โอกาสพวกเขาได้แสดงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวฉายแววออกมา
ในความเป็นจริงแล้ว เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพที่มีอยู่ใน ตัวตนของพวกเขา เพียงแต่ศักยภาพที่มีอยู่นั้นได้ถูกขัดเกลา ส่งเสริม และเกื้อหนุน ให้ฉายแววโดดเด่นออกมาได้มากน้อยแค่ไหน ไม่เฉพาะผู้ปกครองเท่านั้นที่จะต้องคอยส่งเสริมเกื้อหนุน แต่สถาบันการศึกษาคือ ส่วนสำคัญยิ่งในการผลักดันหรือต่อยอดเชาว์ปัญญาและศักยภาพของเด็กๆ ให้ โดดเด่นขึ้นได้
เมื่อไม่นานมานี้มีการวิเคราะห์ข้อสอบ โอเน็ต โดยนำไปเทียบกับข้อสอบนานาชาติ หรือที่เรียกกันว่า PISA ผลปรากฏว่า ข้อสอบของโอเน็ตกับข้อสอบของ PISA ต่างกันชนิดคนละศตวรรษ โดยผู้วิจัยสรุปว่า ข้อสอบโอเน็ตยังเป็นข้อสอบที่อยู่ในศตวรรษที่ 20 ขณะที่การสอบประเมินผลในระดับนานาชาติเป็นข้อสอบที่ก้าวมาอยู่ในศตวรรษ ที่ 21 แล้ว...พูดง่ายๆ ก็คือ ของเราล้าหลังชนิดข้ามศตวรรษกันเลยทีเดียว!
เหตุที่เอาปัญหานี้มาพูดถึง ก็เพราะทราบข่าวมาว่า ทาง สพฐ.กำลัง เสนอให้มีการนำคะแนนโอเน็ต 20% มารวมกับผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) ของนักเรียน ข่าวว่า แนวทางนี้กำลังเสนอต่อเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถ้าเกิดเขาเห็นพ้องต้องกันขึ้นมา ก็แปลว่า ลูกหลานของเราจะต้องมาผจญกับการออกข้อสอบแบบย้อนยุคอีกล่ะสิ แปลว่าถ้าทำคะแนนโอเน็ตไม่ดี ก็มีสิทธิฉุดคะแนนเฉลี่ยสะสมที่อุตส่าห์ตั้งใจ เรียนมาตลอดหลายเทอม ให้หล่นฮวบหงายเงิบไปด้วย!?
นิทาน 'โรงเรียนของสัตว์' สะท้อน ว่า การศึกษาของไทยพยายาม อย่างเหลือเกินที่จะทำให้คนทุกคนเหมือนกัน ให้เก่ง และสอบผ่านทุกวิชาในหลักสูตร ที่ถูกยำรวมมิตร โดยผู้สร้างหลักสูตรที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของความเป็นปัจเจกที่มีอยู่ในตัวของ แต่ละคน (ซึ่งแตกต่างกัน) ได้ทำลายศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในแต่ละคน บั่นทอนความเป็นตัวของตัวเองในคนแต่ละคนจนหมดสิ้น เด็กทุกคนที่เกิดมาพร้อมเชาว์ปัญญาเฉพาะตัว แต่พอพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้กลับหายไปเพราะว่า การศึกษาไม่ได้สอนให้เป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละคน ไม่ได้ให้ความเคารพในสิ่งที่แต่ละคนมี แต่กลับควบคุมบังคับให้ทุกคนเป็นไปตามรูปแบบที่กำหนด ซึ่งมีเพียงบางคนเท่านั้นที่สามารถเดินไปตามขนบรูปแบบนี้ได้
จึงต้องขอไว้อาลัยแด่การศึกษาของไทยด้วยประการฉะนี้!!
ที่มา http://www.krumontree.com/main/index.php/documents/130-rip-thai-ed
ที่มา http://www.krumontree.com/main/index.php/documents/130-rip-thai-ed
วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ศิลปะจาก "ก้นขวดพลาสติกน้ำอัดลม"
ศิลปะจาก "ก้นขวดพลาสติกน้ำอัดลม"
ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ น้ำอัดลมขายดีเป็นพิเศษ (ขอสารภาพผม ปกติไม่ค่อยกินน้ำอัดลม แต่อากาศเยี่ยงนี้ แทบจะกินแทนน้ำเปล่าเลยทีเดียว)
สังเกตก้นขวดจะเป็นกลีบๆ ก้นขวดนี้แหละที่สร้างสรรค์งานศิลปะสนุกๆ ครับ
ลองเอาไปเล่นกับลูกๆ ดูนะครับ แต่ระวัง! เลอะเทอะ เละเทะ นะครับ
ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ น้ำอัดลมขายดีเป็นพิเศษ (ขอสารภาพผม ปกติไม่ค่อยกินน้ำอัดลม แต่อากาศเยี่ยงนี้ แทบจะกินแทนน้ำเปล่าเลยทีเดียว)
สังเกตก้นขวดจะเป็นกลีบๆ ก้นขวดนี้แหละที่สร้างสรรค์งานศิลปะสนุกๆ ครับ
ลองเอาไปเล่นกับลูกๆ ดูนะครับ แต่ระวัง! เลอะเทอะ เละเทะ นะครับ
วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556
หนังสือ วิธีฝึกเด็กให้ฉลาดและเก่ง ตั้งแต่แรกเกิด-3 ขวบ ด้วยตัวคุณเอง
วิธีฝึกเด็กให้ฉลาดและเก่ง
ตั้งแต่แรกเกิด-3 ขวบ ด้วยตัวคุณเอง
http://www.beemedia.co.th/images/catalog_images/smartwiringnewv4.pdf
วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556
เรื่องเล่าดีดี
เรื่องเล่าดีดี...
มหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่ง สุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชาย
วัยห้าขวบของเขากำลังจะได้ เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดัง
ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขาเท่านั้น
โดยส่วนตัวของเขาเอง ก็อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลก
ควบคู่ไปกับการสอนทฤษฏีในโรงเรียน ในวันหยุดเขาจะตระเวนพาลูกชายคนเดียวไป ท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่อง ” ความยากจน ”
เพราะเขามีความเชื่อว่า ลูกชายของเขาคงไม่มีวันรู้จักแน่นอน
เขาจึงพาลูกชายไปเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง
และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมา มหาเศรษฐีก็จะทดสอบว่า
ลูกชายได้อะไรบ้างจากการไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจน
ลูกชายตอบคำถามผู้เป็นบิดา ว่าเขาขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนา และพักแรมที่นั่น ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า....
ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนาที่กว้างใหญ่ ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ว่ากว้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าห้องทำงานของชาวนา
อาหารที่ชาวนารับประทานสามารถหาได้ตลอดเวลา รอบๆบริเวณบ้านโดย ไม่ต้องซื้อหา ในขณะที่บ้านของเรามีตู้เย็นเท่านั้น ที่เป็นที่เก็บอาหาร
เวลารับประทานอาหารก็มีเพื่อนคุยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก
ในขณะที่ตัวเองก็ต้องนั่งทานอาหาร กับโต๊ะอาหารที่ยาวเกือบสิบเมตร
และ มีเก้าอี้ว่างเปล่าทั้งสองด้าน
ลูกชาวนา ที่ซ้อนท้ายจักรยานของพ่อเขา ต้องกอดเอวพ่อให้แน่น
เพื่อจะได้ไม่ตกจากจักรยาน
แต่เขาเอง ต้องนั่งในรถที่ใหญ่โต
อยู่ข้างหลังเพียงลำพังโดยมีคนขับรถพาไปทุกที่
ชาวนามีแสงดาวแสงจันทร์เป็นโคมไฟ ส่องสว่างตลอดเวลาในเวลากลางคืนโดยไม่ขาดแคลน แต่เขา ก็มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ต้องซื้อด้วยเงิน
ชาวนามีรั้วบ้านเป็นแม่น้ำภูเขาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
แต่เขาเองกลับมีเพียงแค่กำแพงบล๊อคในพื้นที่ไม่กี่ไร่
ลูกชาวนาได้มีเพื่อนเล่นเป็นจิ้งหรีดหิ่งห้อยนับร้อยนับพัน
แต่เขาเองกลับไม่มีใครเลย
เขาขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้เขารู้คำตอบว่า..... จริงๆ แล้ว.......เรายากจนกว่าชาวนามาก
ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=1105497&month=28-08-2012&group=10&gblog=53
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




























